สีทาบ้านแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันอย่างไร? เลือกยังไงให้เหมาะกับบ้านของคุณ

สีทาบ้านแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันอย่างไร? เลือกยังไงให้เหมาะกับบ้านของคุณ

การเลือก สีทาบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับตัวบ้านแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และอายุการใช้งานของผนังอีกด้วย

แต่คำถามคือ… สีทาบ้านในท้องตลาดที่มีหลากหลายแบรนด์นั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร? แล้วควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้านและงบประมาณ?
บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์สร้างบ้านครบวงจรจาก สหสินปอแซ


🎨 1. คุณสมบัติของสี (เกรดสี)

แต่ละแบรนด์จะมีการแบ่งเกรดของสี เช่น

  • เกรด Premium: คุณภาพสูงสุด เหมาะกับบ้านหรูหรือบ้านที่ต้องการความทนทานสูง อายุการใช้งานนาน 10–15 ปี

  • เกรด Standard: คุณภาพปานกลาง ราคาเข้าถึงได้ เหมาะกับบ้านทั่วไป อายุการใช้งานราว 5–8 ปี

  • เกรด Economy: ราคาประหยัด เหมาะกับงานชั่วคราวหรือทาสีรอบนอกที่ไม่โดนแดดจัด อายุสั้นกว่าประมาณ 2–5 ปี

แม้จะเป็นสีประเภทเดียวกัน เช่น สีทาภายนอก หรือสีทาภายใน แต่หากอยู่ต่างแบรนด์ ก็อาจมีคุณสมบัติเหนือกว่าหรือน้อยกว่าได้


🧪 2. ส่วนผสมและเทคโนโลยีเฉพาะของแต่ละแบรนด์

แต่ละแบรนด์สีมีสูตรเฉพาะและเทคโนโลยีเฉพาะตัว เช่น

  • Nippon Paint: มีเทคโนโลยี Air Care ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ

  • TOA: โดดเด่นเรื่องการป้องกันรังสี UV และเทคโนโลยี Duraclean ที่เช็ดล้างคราบได้ง่าย

  • Jotun: มีสารกันตะไคร่น้ำและเชื้อราแบบพิเศษ เหมาะกับสภาพอากาศชื้น

  • Beger: ใช้นาโนเทคโนโลยีเพื่อให้สีเกาะแน่น ทนทุกสภาพอากาศ

ผู้ซื้อควรศึกษาว่าส่วนผสมใดตรงกับความต้องการของพื้นที่ใช้สีนั้นๆ เช่น ผนังที่โดนแดดแรง หรือห้องเด็กที่ต้องการสีปลอดสารพิษ


☀️ 3. ความสามารถในการกันแดด กันความร้อน และเชื้อรา

บ้านในประเทศไทยต้องเผชิญกับแสงแดดและความร้อนอย่างต่อเนื่อง สีทาบ้านจึงต้องมีคุณสมบัติกัน UV ป้องกันการซีดจาง และสะท้อนความร้อน

บางแบรนด์จะระบุค่า Solar Reflectance Index (SRI) ซึ่งยิ่งค่าสูงเท่าไหร่ แปลว่าสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น และประหยัดพลังงานในการเปิดแอร์


💧 4. ความทนทานต่อความชื้นและการล้างทำความสะอาด

สีทาบ้านภายในควรเลือกสูตรที่สามารถเช็ดล้างได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณห้องครัวหรือห้องเด็ก ในขณะที่สีภายนอกต้องทนฝน ทนความชื้น และป้องกันเชื้อรา

  • สีบางแบรนด์สามารถล้างคราบดินสอหรือปากกาออกได้

  • สีบางสูตรมี “Self-cleaning” ผนังไม่อมฝุ่น ฝนตกแล้วชะล้างคราบออกได้เอง


🧾 5. ความหลากหลายของเฉดสีและความสามารถในการผสมสี

อีกหนึ่งความแตกต่างสำคัญคือ “จำนวนเฉดสี” และความแม่นยำในการผสมสี บางแบรนด์มีศูนย์ผสมสีอัตโนมัติที่สามารถปรับเฉดได้แม่นยำจากระบบคอมพิวเตอร์

  • ยิ่งแบรนด์ที่มีเฉดสีหลากหลาย จะช่วยให้คุณได้สีที่ตรงใจมากที่สุด

  • หากต้องการสีพิเศษ เช่น สีพาสเทล สีเมทัลลิค หรือสีแนวธรรมชาติ ควรสอบถามร้านที่มีบริการผสมสีโดยตรง


🏷️ 6. ราคาและความคุ้มค่า

แบรนด์ที่มีราคาสูง มักจะมาพร้อมคุณสมบัติที่ครบครัน เช่น ทนแดดสูง เช็ดล้างได้ดี กลิ่นน้อย ปลอดสารพิษ ในขณะที่แบรนด์ราคาประหยัดอาจเน้นปริมาณมากในงบประมาณจำกัด

การเลือกสีจึงควรดู ความคุ้มค่าต่อพื้นที่การใช้งาน ไม่ใช่แค่ราคาต่อถังเท่านั้น


🛒 เลือกซื้อสีทาบ้านคุณภาพ พร้อมอุปกรณ์ก่อสร้างครบวงจรได้ที่ สหสินปอแซ

หากคุณกำลังมองหาสีทาบ้านคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมบริการให้คำแนะนำและอุปกรณ์ก่อสร้างอื่นๆ แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

  • สีทาบ้าน

  • อุปกรณ์ก่อสร้าง

  • เหล็ก วัสดุก่อสร้าง

  • งานตกแต่งภายใน – ภายนอก

แนะนำให้แวะชมสินค้าจาก สหสินปอแซ ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างคุณภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับทุกสไตล์บ้านและทุกงบประมาณ